สรุปบทที่ 10 เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้
สรุปบทที่ 10
เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้
เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้
ในยุคที่สารสนเทศไม่สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องราวต่างๆ ได้ขององค์กรได้ เนื่องจากสารสนเทศมีเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเปลี่ยนรูปจากสารสนเทศให้มาอยู่ ในรูปแบบของความรู้แทน ในเมื่อความรู้และสารสนเทศมีความแตกต่างกันดังนั้น การจัดการ ความรู้ (Knowledge management หรือ KM) จึงแตกต่างจากการจัดการสารสนเทศ (Information Management) และมีความซับซ้อนกว่ามาก อย่างไรก็ตามการจัดการความรู้ก็ ยังจำเป็นที่ต้องนำระบบเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินการและเป็นเครื่องมือสำคัญในการใน ระบบจัดการความรู้
ความรู้คือ ???
การจัดการความรู้เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่มีการกล่าวถึงกันมากในการพัฒนาประสิทธิภาพ ขององค์กร เนื่องจากการจัดการความรู้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยอาจนำสิ่งที่มี อยู่เดิมมาปรับเปลี่ยนกระบวนการโดยการด าเนินการนั้นอาจไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มก็ได้ บทความนี้ ขอนำเสนอแนวความคิดที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีกับการจัดการความรู้ในองค์กรต่างๆ เพื่อเป็นแนวคิดให้กับองค์กรที่กำลังพัฒนาศักยภาพของตนเองในการแข่งขันด้วยการนำระบบการจัดการความรู้มาใช้
ความรูคืออะไร หลายคนยังมีความสับสนในความหมายของขอมูล (Data), สารสนเทศ (Information) และความรู (Knowledge) วาเปนอยางไร ทั้งสามคํานี้มีการใหนิยามกันอยางหลากหลายเชน ขอมูลหมายถึงขอเท็จจริง สารสนเทศหมายถึง ขอมูลที่อยูในรูปแบบที่สามารถนํามาประมวลผล วิเคราะหได ในสวนของความรูก็มีนิยามที่แตกตางกันไปดังที่ Von Krogh, Ichiro และ Nonaka [2000] อธิบายไววาความหมายของความรูของแตละคน แตละองคกรนั้นมีความหมายที่ แตกตางกัน Lueg [2001] ใหความหมายของความรูวาความรูไมใชสารสนเทศ แตความรูมาจากสารสนเทศ ความรู เปนสิ่งสําคัญที่ใชเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินการและสรางจุดแข็งใหแกองคกร ทั้งที่เกี่ยวและไมเกี่ยวของกับธุรกิจ
ประเภทของความรูก็เชนเดียวกันที่มีการแบงประเภทกันอยางหลากหลายเชนแบงความรูออกเปนความรูสวน บุคคล (Individual knowledge) และความรูองคกร (Organizational knowledge) การแบงลักษณะนี้พิจารณาจากแหลง ของความรูเชนความรูในองคกร (Internal knowledge) และความรูภายนอกองคกร (External knowledge) องคกรทุก องคกรตองมีการถายโอนความรูไปมาระหวางบุคคลกับองคกรใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ องคกรตองการถายโอน ความรูที่เกี่ยวของกับงานในองคกรเพื่อใหกับพนักงานทั้งเกาและใหมเพื่อใหเขาใจและสามารถนําไปใชปฏิบัติหนาที่ได อยางดี ในขณะเดียวกันองคกรก็ตองการถายโอนความรูจากพนักงานหรือผูเชี่ยวชาญใหกลับมาเปนฐานความรูของ องคกรเพื่อไมใหความรูนั้นหายไปจากองคกรและเปนแหลงสรางความสามารถในการแขงขันใหกับองคกรดวย อยางไรก็ ตามการถายโอนความรูระหวางบุคคลกับองคกรไมใชเรื่องที่สามารถทําไดงาย ดังเห็นไดวาองคกรสวนใหญมักประสบ กับปญหาในการจัดการอบรม จัดทํารายงานประจําโครงการ รายงานประจําปและอื่นๆ นอกจากนี้องคกรสวนใหญยัง ประสบปญหาเมื่อพนักงานที่มีความรูหรือมีความเชี่ยวชาญพิเศษลาออกแลวความรูขององคกรก็หายไปพรอมกับการจาก ไปของพนักงานผูนั้น
นอกจากนี้ความรูยังมีการแบงออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คือความรูที่เรียกวา Explicit knowledge ที่เปนความรู ที่สามารถเขียนหรืออธิบายออกมาเปนตัวอักษร ฟงกชั่นหรือสมการได และความรูที่เรียกวา Tacit knowledge ซึ่งไม่สามารถเขียนหรืออธิบายได การถายโอนความรูประเภทนี้ทําไดยาก จําเปนตองอาศัยการเรียนรูจากการกระทํา ฝกฝน เชน การสรางความรูที่เปนทักษะหรือความสามารถสวนบุคคล Nonaka และ Takeuchi [1995] ไดกําหนดรูปแบบความสัมพันธระหวางความรูทั้งสองในรูปแบบของการ เปลี่ยนรูปแบบเปน 4 สวนคือ externalization, internalization, socialization และ combination. Tacit knowledge To Explicit knowledge Tacit Knowledge Socialization Externalization From Explicit Knowledge Internalization Combination

โมเดลในการเปลี่ยนรูปแบบความรูของโนนากะและทาเคอุชิ
° Socialization เปนกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณและสรางความรูที่ในรูปแบบที่เรียกวา tacit knowledge เชน ทักษะแนวคิด เพื่อใหเกิดกระบวนการคิดและทักษะใหมๆขึ้น
° Externalizationเปนกระบวนการเปลี่ยนความรูในรูปแบบของ tacit knowledge ใหอยูในรูปแบบที่สามารถ ถายทอดใหเขาใจไดงาย รวมทั้งสามารถเก็บเปนความรูขององคกรไดเชนเปลี่ยนความรูหรือทักษะใหอยูใน รูปแบบของรูปภาพ แผนผัง ฟงกชั่น หรือสมการ เปนตน
° Combination เปนกระบวนการรวมความรูในแขนงตางๆกันเขาดวยกันเพื่อกอใหเกิดการสรางความรูใหม
° Internalization เปนกระบวนเรียนรูจากการกระทําซึ่งเปนการเปลี่ยนความรูใหอยูในรูปของเอกสาร ใหอยูในรูป ของทักษะหรือความสามารถของบุคคลหรือองคกร
การจัดการความรู
การจัดการความรูไมใชเรื่องใหมหรือเรื่องที่ไกลตัว หลายองคกรอาจเคยประสบปญหาที่เกี่ยวของกับการ จัดการความรูมาบางแลวเชนเมื่อผูเชี่ยวชาญหรือพนักงานที่ใชความรูและทักษะพิเศษในการทํางานลาออกหรือมีเหตุที่ทํา ใหไมสามารถทํางานไดองคกรก็จะประสบปญหาในการทํางานทันทีและไมสามารถหาพนักงานคนอื่นหรือสิ่งใดมาทํางานทดแทนได
เมื่อความรูขององคกรแตละองคกรนั้นมีความหมายที่แตกตางกัน ดังนั้นนิยามของคําวาการจัดการความรูของ แตละบุคคลและองคกรจึงแตกตางกันดวย เชน การจัดการความรูหมายถึงการจัดการสารสนเทศและความรูที่นับวาเปน สิ่งสําคัญหรือทรัพยสินที่เปนนามธรรม (Intangible asset) ที่องคกรตองการใชเปนสวนสําคัญสําหรับสรางความแตกตาง ใหกับองคกรเมื่อเปรียบเทียบกับคูแขงผานกระบวนการจัดการความรูเพื่อพัฒนาใหองคกรมีความไดเปรียบในการแขงขัน
ดังนั้นการจัดการความรูในองคกรนั้นไมใชเรื่องใหม เพียงแตที่ผานมานั้นการจัดการความรูไมไดมีการเรียกชื่อ อยางเปนทางการและการจัดการความรูสวนใหญมาจากการเรียนรูจากประสบการณ
กระบวนการจัดการความรู
กระบวนการในการจัดการความรูนั้นมีการจําแนกที่แตกตางกันเชน Demarest ไดแบงกระบวนการจัดการความรู เปน การสรางความรู (Knowledge construction) การเก็บรวบรวมความรู (knowledge embodiment) การกระจาย ความรูไปใช (knowledge dissemination) และการนําความรูไปใช (use) ในขณะที่ Turban และคณะนําเสนอ กระบวนการจัดการความรูเปนลําดับวงกลม ประกอบดวยการสราง (create) การจับและเก็บ (capture and store) การ เลือกหรือกรอง (refine) การกระจาย (Distribute) การใช (Use) และการติดตาม/ตรวจสอบ (Monitor) ดังรูปที่ 2 สวน Probst และคณะไดแบงกระบวนการจัดการความรูเปนการกําหนดความรูที่ตองการ (knowledge identification) การ จัดหาความรูที่ตองการ (knowledge acquisition) การสรางพัฒนาความรูใหม (knowledge development) การถายทอด ความรู (knowledge transfer) การจัดเก็บความรู (knowledge storing) การนําความรูมาใช (knowledge utilization) และกําหนดความสัมพันธในรูปแบบ Mesh ที่แตละกระบวนการมีความสัมพันธกัน หากสรุปแลวกระบวนการจัดการ ความรูประกอบดวยกระบวนการแสวงหาความรู การสราง การจัดเก็บ การถายทอดและการนําความรูไปใชงาน
อยางไรก็ตามกระบวนการจัดการความรูของแตละองคกรมีความแตกตางกันตามลักษณะการดําเนินการและ องคประกอบอื่นๆ อีกหลายประการเชนลักษณะและงานขององคกร โครงสรางองคกร และ เทคโนโลยีเปนตน ดังนั้น องคกรแตละองคจําเปนตองพัฒนาโครงสรางของกระบวนการจัดการความรูเฉพาะขององคกรเอง

กระบวนการจัดการความรูในโมเดลของ Turban และคณะ

กระบวนการจัดการความรูในโมเดลของ Probst และคณะ
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการจัดการความรู
ในเรื่องของการจัดการความรูนั้น มีงานวิจัยจํานวนมากที่พยายามอธิบายความสัมพันธและบทบาทของ เทคโนโลยีสารสนเทศกับการจัดการความรู ดังที่ปรากฏวาเปนเรื่องราวจํานวนมากที่แสดงถึงความสําเร็จในการจัดการ ความรูขององคกรผานการใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ แมวาการจัดการความรูจะเปนกระบวนการไมใชเทคโนโลยี แตเทคโนโลยีกลับถูกคาดหมายวาเปนปจจัยแหงความสําคัญอยางหนึ่งที่จะชวยใหการจัดการความรูประสบความสําเร็จ องคกรสวนใหญจึงมีการจัดสรรงบประมาณในการนําเทคโนโลยีที่เหมาะสมมีผลตอความสําเร็จในระบบการจัดการความรู เขามาเปนเครื่องมือชวยในการจัดการความรูทั้งในสวนของพนักงานและองคกร
เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวของและมีบทบาทในการจัดการความรูประกอบดวยเทคโนโลยีการสื่อสาร (Communication Technology) เทคโนโลยีการทํางานรวมกัน (Collaboration Technology) และ เทคโนโลยีการจัดเก็บ (Storage technology)
• เทคโนโลยีการสื่อสาร ชวยใหบุคลากรสามารถเขาถึงความรูตางๆ ไดงายขึ้น สะดวกขึ้น รวมทั้งสามารถ ติดตอสื่อสารกับผูเชี่ยวชาญในสาขาตางๆ คนหาขอมูล สารสนเทศและความรูที่ตองการไดผานทางเครือขาย อินทราเน็ตเอ็กซตราเน็ตหรืออินเทอรเน็ต
• เทคโนโลยีสนับสนุนการทํางานรวมกัน ชวยใหสามารถประสานการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรค ในเรื่องของระยะทาง ตัวอยางเชนโปรแกรมกลุม groupware ตางๆ หรือระบบ Screen Sharing เปนตน
• เทคโนโลยีในการจัดเก็บ ชวยในการจัดเก็บและจัดการความรูตางๆ จะเห็นไดวาเทคโนโลยีที่นํามาใชในการจัดการความรูขององคกรนั้นประกอบดวยเทคโนโลยีที่สามารถ
ครอบคลุมกระบวนการตางๆ ในการจัดการความรูใหไดมากที่สุดเทาที่เปนไปไดเชนมีระบบฐานขอมูลและระบบการ สื่อสารที่ชวยในการสราง คนหาแลกเปลี่ยน จัดเก็บความรู อยางไรก็ตามในปจจุบันมีซอฟตแวรที่เกี่ยวของกับ การจัดการความรูโดยเฉพาะที่เรียกวา Know-ware เชน ระบบ Electronic document management หรือ Enterprise knowledge portal นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวของในการจัดการความรู้
อินเทอรเน็ตกับบทบาทสำคัญในการจัดการความรู
อินเทอรเน็ตเปนแหลงความรูที่ใหญที่สุดในโลก โปรแกรมคนหาชวยในการคนหาขอมูลและความรูที่ตองการ จากอินเทอรเน็ตไดอยางรวดเร็ว แมวาจะขอมูลที่ไมตรงกับความตองการนักก็ตาม ในการจัดการความรูแลว อินเทอรเน็ตกลายเปนเครื่องมือสําคัญในการคนหาขอมูล โดยเฉพาะอยางยิ่งการคนหาจากคําสําคัญในฐานขอมูลความรู ตางๆ ดังเห็นไดวามหาวิทยาลัยชั้นนําของโลกมีระบบฐานขอมูลความรูสนับสนุนการศึกษาและวิจัยจํานวนมาก การ เขาถึงขอมูลที่เปนความรูไดมากกวายอมหมายความวาโอกาสในการเรียนรูมีมากกวา
อินเทอรเน็ตชวยใหการแลกเปลี่ยนความรูทําไดรวดเร็วและงาย อินเทอรเน็ตชวยในการกระจายความรูใน กลุมเปาหมายที่กวางมากขึ้น อินเทอรเน็ตชวยลดปญหาและขอจํากัดในเรื่องของระยะทางและเวลา เชนสามารถ แลกเปลี่ยนความรูและขอมูลผานระบบไปรษณียอิเล็กทรอนิกสหรือกระดานขาวกับกลุมเปาหมายแบบเฉพาะเจาะจงหรือ บุคคลทั่วไปก็ได
เมื่อขอมูลหรือสารสนเทศมีขนาดที่ใหญขึ้นการจัดเก็บก็จําเปนตองมีความซับซอนมากตามไปดวยดังเห็นไดจาก รูปแบบและกรรมวิธีของการจัดเก็บที่จัดเก็บแบบแฟมตัวอักษรมาเปนระบบฐานขอมูลทั้งขนาดเล็กกลางและใหญ ระบบ ดาตาแวรเฮาส (Data warehouse) และระบบดาตาไมนนิ่ง (Data mining) และในอนาคตคงมีระบบจัดการขอมูลที่มี ความซับซอนมากกวานี้ ทานผูอานลองจินตนาการวาหากไมมีเทคโนโลยีสารสนเทศแลวขอมูลตางๆ จะจัดเก็บกันใน รูปแบบไหน และความยากงายในการคนหาและดึงขอมูลเหลานั้นมาใชจะเปนอยางไร องคกรที่ประสบความสําเร็จสวน ใหญเปนองคกรที่สามารถนําขอมูลมาวิเคราะหเพื่อสรางความรูใหมเพื่อใหเกิดความไดเปรียบในการแขงขันเชน หางสรรพสินคานําขอมูลการขายมาวิเคราะหและสรางเปนความรูใหมเกี่ยวกับลูกคาและรายการสินคาทําใหรูวาลูกคา ตองการสินคาประเภทไหน ปริมาณมากนอยเทาไหร สินคาแตละชนิดมีความสัมพันธกันอยางไร หางสรรพสินคานั้นก็ สามารถนําความรูนั้นมาใชในปรับเปลี่ยนกลยุทธและการดําเนินการเพื่อใหสามารถบรรลุวัตถุประสงคตามที่ตองการได
ดังนั้นเทคโนโลยีจึงมีบทบาทสําคัญในเรื่องของการจัดการความรู โดยเฉพาะอยางยิ่งอินเทอรเน็ตที่เปน เทคโนโลยีที่เชื่อมคนทั่วโลกเขาดวยกันทําใหกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู (knowledge transfer) ทําไดดียิ่งขึ้น อีก ทั้งเทคโนโลยียังชวยใหการนําเสนอสามารถเลือกไดหลายรูปแบบเชนตัวอักษร รูปภาพ แอนนิเมชั่น เสียง วิดีโอ ซึ่งชวยให การเรียนรูทําไดงายยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศยังสามารถชวยในการจัดเก็บและดูแลปรับปรุงความรูและสารสนเทศ ตางๆ (knowledge storage and maintenance) เทคโนโลยีชวยลดคาใชจายในการดําเนินการในกระบวนการจัดการ ความรูดวย จึงนับไดวาเทคโนโลยีจึงเปนเครื่องมือสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการความรู
อยางไรก็ตามการเนนเฉพาะที่เทคโนโลยีหรืออินเทอรเน็ตโดยปราศจากความสนใจในการพัฒนาคุณภาพของ บุคลากรและวัฒนธรรมขององคกรแลว การดําเนินการจัดการความรูใหประสบความสําเร็จก็เปนไปไดยาก โดยเฉพาะ อยางยิ่งหากพนักงานไมเขาใจและสนใจในการใชเทคโนโลยีในการจัดการความรูแลวก็อาจเปนการลงทุนที่สูญเปลาได
สรุป
เทคโนโลยีสารสนเทศชวยใหกระบวนการจัดการความรูเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอยางยิ่ง เทคโนโลยีอินเทอรเน็ตที่ชวยใหการแสวงหาความรู การกระจายความรู การถายทอดความรูสามารถดําเนินการไดรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ องคกรตางๆ จึงไมสามารถหลีกเลี่ยงในการนําเทคโนโลยีมาใชในองคกร อยางไรก็ตาม เทคโนโลยีไมใชสิ่งที่รับประกันความสําเร็จของการจัดการความรู เพราะเทคโนโลยีเปนเพียงเครื่องมือ ดังที่ Walsham [2001] กลาวไววาเทคโนโลยีสารสนเทศไมใชคําตอบที่แกปญหาการแลกเปลี่ยนความรูระหวางบุคลากรใน องคกร เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศไมสามารถอธิบายความรูที่เปน Tacit knowledge ที่ตองผานกระบวนการ ปฏิสัมพันธและความเชื่อใจของบุคลากรได
ดังนั้นความสําเร็จของการจัดการคามรูขึ้นอยูกับกลยุทธขององคกรและบุคลากร สิ่งที่สําคัญที่สุดในการ พัฒนาระบบจัดการความรูขององคกรคือการพัฒนาบุคลากรใหมีความปรารถนาในการเรียนรู แลกเปลี่ยนความรูซึงจะ นําไปสูการปรับตัวสูรูปแบบองคกรใหมที่เรียกวาองคกรแหงการเรียนรู (Learning Organization) นั่นเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น