สรุปบทที่ 3 ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล






บทที่ 3 
ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล 


        สรุป



โครงสร้างข้อมูล


โครงสร้างข้อมูลมีรูปแบบเป็นลำดับขั้นโดยเริ่มด้วยหน่วยที่เล็กที่สุดคือ


  1.  บิต (Bit)
  2.  ไบต์ (Byte)
  3.   เขตข้อมูล(Field) 
  4.   ระเบียนข้อมูล(Record) 
  5. ไฟล์(File )  

ปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล 



  1. ความซ้าซอนของข้อมูล(Data Redundancy)
  2. ความผูกพันระหว่างข้อมูลและโปรแกรม (Program-Data Dependence)
  3. การไม่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Lack of Data Sharing) 
  4. การขาดความคล่องตัว (Lack of Flexvility )  
  5. การขาดระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี (Poor Security) 

แนวทางในการใช้ฐานข้อมูลในการบริหารจัดการข้อมูล 

  1. ลดความซ้ าซ้อนของข้อมูล(Minimum Redundancy)
  2. มีความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence) 
  3. สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Improved Data Sharing) 
  4. มีความคล่องตัวในการใช้งาน(Improved Flexibility) 
  5. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง (High Degree of Data Integrity)


ปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล 


  ระบบฐานข้อมูลประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน คือ
  1. ข้อมูล (Data) 
  2. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  3. ซอฟแวร์ (Software) 
  4. ผู้ใช้ (Users) 



ระบบจัดการฐานข้อมูล ( Database Management System) หรือที่เรียกว่า ดีบีเอ็มเอส (DBMS)


        คือ ซอฟต์แวร์สำหรับบริหารและจัดการฐานข้อมูล เปรียบเสมือนสื่อกลางระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฐานข้อมูล ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวกและมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ 


 รูปแบบของฐานข้อมูล (Database Model) 


1. แบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น (Hierarchical Database Model) 

ข้อดีและข้อจำกัดของแบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น แบบจำลงฐานข้อมูลลำดับชั้นมีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย มี ความซับซ้อนน้อยและเหมาะกับข้อมูลที่มีการเรียงลำดับ อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถรองรับความสัมพันธ์ของข้อมูล ในลักษณะ Many-to-Many และการเข้าถึงข้อมูลจะมีความ คล่องตัวน้อย เพราะจะเริ่มจำ Root Segment เสมอ 


2. แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย (Network Database Model) 

ข้อดีและข้อจำกัดของแบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย ความซ้ำซ้อนของข้อมูลมีน้อยกว่าแบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น และสนับสนุนความสัมพันธ์ของข้อมูลในลักษณะ Many-to-Many ซึ่งสามเชื่อมโยงข้อมูลแบบไป-กลับได้ 


3. แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model) 

ข้อดีและข้อจำกัดของแบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์มีโครงสร้างที่เข้าใจ ง่าย มีระบบจัดการฐานข้อมูลที่ช่วยให้การจัดการกับข้อมูล ทำโดยง่าย ผู้ใช้ไม่จ ำเป็นต้องรู้ถึงโครงสร้างการจัดเก็บ ข้อมูลทางกายภาพเพราะจะซ่อนความซับซ้อนของระบบไว้ และข้อมูลมีความเป็นอิสระจากโปรแกรม 



ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining) 

              ดาต้าไมนิ่ง เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด (Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิง วิเคราะห์ขั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถค้นหารูปแบบ แนวโน้ม พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลเพื่อนให้ได้ความรู้ใหม่หรือคำตอบในลักษณะสิ่งต่อไปนี้



  1. ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง (Association) 
  2. ลำดับของข้อมูล (Sequence)
  3. การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม (Classification) 
  4. การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง (Cluster) 
  5. การพยากรณ์(Forecasting)



สรุป      


  •  คลังข้อมูล (Data Warehouse) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลของระบบงาน ปฏิบัติงานประจำวันขององค์กรแล้วนำมาแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดเก็บ และสะดวกในการใช้งานแล้วจึงนำข้อมูลนั้นเข้าไปเก็บในคลัง
  • ข้อมูล(Data Warehouse) การ พัฒนาหรือสร้างคลังข้อมูลมาใช้ในองค์กรจะต้องมีการพิจารณาถึงองค์ประกอบที่จำเป็นในการ สร้างให้เหมาะสมด้วยทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร 




อ้างอิง :        


  https://lookaside.fbsbx.com/file/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%203.pdftoken=AWyO004fVZ8DCvKKQjI_v6mXL9YNfMVfD4iF2wjMASpnQy8PRocDqB3qNBfil6odiTlGMSgeHGOsXe9X9kH_j_PQ4chESAWEunB8Iq8f2UJqe6_6ZwxoJ3FMw5amRmZTMN87d9FaaJfrfNOw8KbNew3e8FvSM6I-zATsz9NFCw







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สรุปบทที่ 5 อินเทอร์เน็ตและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

แบบฝึกหัดบทที่ 7

แบบฝึกหัด บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์กร