สรุปบทที่ 3 ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล
ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล
โครงสร้างข้อมูล
- บิต (Bit)
- ไบต์ (Byte)
- เขตข้อมูล(Field)
- ระเบียนข้อมูล(Record)
- ไฟล์(File )
ปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล
- ความซ้าซอนของข้อมูล(Data Redundancy)
- ความผูกพันระหว่างข้อมูลและโปรแกรม (Program-Data Dependence)
- การไม่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Lack of Data Sharing)
- การขาดความคล่องตัว (Lack of Flexvility )
- การขาดระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี (Poor Security)
แนวทางในการใช้ฐานข้อมูลในการบริหารจัดการข้อมูล
- ลดความซ้ าซ้อนของข้อมูล(Minimum Redundancy)
- มีความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence)
- สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Improved Data Sharing)
- มีความคล่องตัวในการใช้งาน(Improved Flexibility)
- มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง (High Degree of Data Integrity)
ปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล
ระบบฐานข้อมูลประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน คือ
- ข้อมูล (Data)
- ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
- ซอฟแวร์ (Software)
- ผู้ใช้ (Users)
ระบบจัดการฐานข้อมูล ( Database Management
System) หรือที่เรียกว่า ดีบีเอ็มเอส (DBMS)
คือ ซอฟต์แวร์สำหรับบริหารและจัดการฐานข้อมูล เปรียบเสมือนสื่อกลางระหว่างผู้ใช้
และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฐานข้อมูล ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
สะดวกและมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้
รูปแบบของฐานข้อมูล (Database Model)
1. แบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น (Hierarchical Database Model)
ข้อดีและข้อจำกัดของแบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น
แบบจำลงฐานข้อมูลลำดับชั้นมีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย มี
ความซับซ้อนน้อยและเหมาะกับข้อมูลที่มีการเรียงลำดับ
อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถรองรับความสัมพันธ์ของข้อมูล
ในลักษณะ Many-to-Many และการเข้าถึงข้อมูลจะมีความ
คล่องตัวน้อย เพราะจะเริ่มจำ Root Segment เสมอ
2. แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย (Network Database Model)
ข้อดีและข้อจำกัดของแบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย
ความซ้ำซ้อนของข้อมูลมีน้อยกว่าแบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น และสนับสนุนความสัมพันธ์ของข้อมูลในลักษณะ
Many-to-Many ซึ่งสามเชื่อมโยงข้อมูลแบบไป-กลับได้
3. แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model)
ข้อดีและข้อจำกัดของแบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์มีโครงสร้างที่เข้าใจ
ง่าย มีระบบจัดการฐานข้อมูลที่ช่วยให้การจัดการกับข้อมูล
ทำโดยง่าย ผู้ใช้ไม่จ ำเป็นต้องรู้ถึงโครงสร้างการจัดเก็บ
ข้อมูลทางกายภาพเพราะจะซ่อนความซับซ้อนของระบบไว้
และข้อมูลมีความเป็นอิสระจากโปรแกรม
ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)
ดาต้าไมนิ่ง เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด (Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิง วิเคราะห์ขั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถค้นหารูปแบบ แนวโน้ม พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลเพื่อนให้ได้ความรู้ใหม่หรือคำตอบในลักษณะสิ่งต่อไปนี้
สรุป
อ้างอิง :
https://lookaside.fbsbx.com/file/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%203.pdftoken=AWyO004fVZ8DCvKKQjI_v6mXL9YNfMVfD4iF2wjMASpnQy8PRocDqB3qNBfil6odiTlGMSgeHGOsXe9X9kH_j_PQ4chESAWEunB8Iq8f2UJqe6_6ZwxoJ3FMw5amRmZTMN87d9FaaJfrfNOw8KbNew3e8FvSM6I-zATsz9NFCw
ดาต้าไมนิ่ง เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด (Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิง วิเคราะห์ขั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถค้นหารูปแบบ แนวโน้ม พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลเพื่อนให้ได้ความรู้ใหม่หรือคำตอบในลักษณะสิ่งต่อไปนี้
- ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง (Association)
- ลำดับของข้อมูล (Sequence)
- การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม (Classification)
- การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง (Cluster)
- การพยากรณ์(Forecasting)
สรุป
- คลังข้อมูล (Data Warehouse) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลของระบบงาน ปฏิบัติงานประจำวันขององค์กรแล้วนำมาแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดเก็บ และสะดวกในการใช้งานแล้วจึงนำข้อมูลนั้นเข้าไปเก็บในคลัง
- ข้อมูล(Data Warehouse) การ พัฒนาหรือสร้างคลังข้อมูลมาใช้ในองค์กรจะต้องมีการพิจารณาถึงองค์ประกอบที่จำเป็นในการ สร้างให้เหมาะสมด้วยทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
อ้างอิง :
https://lookaside.fbsbx.com/file/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%203.pdftoken=AWyO004fVZ8DCvKKQjI_v6mXL9YNfMVfD4iF2wjMASpnQy8PRocDqB3qNBfil6odiTlGMSgeHGOsXe9X9kH_j_PQ4chESAWEunB8Iq8f2UJqe6_6ZwxoJ3FMw5amRmZTMN87d9FaaJfrfNOw8KbNew3e8FvSM6I-zATsz9NFCw


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น