รายงานการศึกษาดูงานบริษัท ซีพีเอฟ(ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน)


รายงาน


สิ่งที่ได้จากการศึกษาดูงาน

บริษัท CPF (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บริษัท cp โคราช


     บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (บริษัทหรือ ซีพีเอฟ”) เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะครบวงจร บริษัทมีการดำเนินธุรกิจใน 13 ประเทศทั่วโลก และมีการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไปจำหน่ายในต่างประเทศกว่า 25 ประเทศ ครอบคลุมผู้บริโภคกว่า 4 พันล้านคน 
      การดำเนินธุรกิจของบริษัทครอบคลุมประเภทของสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดยมีประเภทสัตว์หลัก ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง และ ปลา โดยกระบวนการผลิตครบวงจรนั้น เริ่มตั้งแต่ การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า การแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน การผลิตสินค้าเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานรวมถึงการดำเนินธุรกิจช่องทางการขายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารในรูปแบบร้านค้าปลีกและร้านอาหาร







การเริ่มต้นของบริษัทซีพีเอฟ จำกัด (มหาชน) 
2516    โรรงานแปรรูปบางนา
2521    โรงงานแปรรูปมีนบุรี
2532    โรงงานแปรรูปสระบุรี
2547    โรงงานแปรรูปโคราช  เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดและดูดีที่สุด



             ประเภทสัตว์เลี้ยงที่สำคัญของธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ของบริษัท ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง และปลา โดยมีผลิตภัณฑ์ 2 ประเภทหลักประกอบด้วย 1) พันธุ์สัตว์ และ 2) สัตว์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์มีชีวิต และเนื้อสัตว์แปรรูปขั้นพื้นฐาน ซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนของธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารสัตว์ สายพันธุ์สัตว์ เทคโนโลยีการบริหารจัดการฟาร์ม และระบบการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
              ด้วยความมุ่งหวังในการสร้างเสริมโอกาสการเข้าถึงแหล่งโปรตีนและสารอาหารคุณภาพและปลอดภัยให้กับผู้บริโภคทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา การรองรับการเติบโตของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการปรับตัวต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา บริษัทจึงใส่ใจในทุกกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การเลี้ยง และการแปรูป ดังนี้


                                                              




การเพาะพันธุ์สัตว์

บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงสายพันธุ์สัตว์ตามหลักพันธุกรรมธรรมชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งพันธุ์สัตว์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงในประเทศ ซึ่งผลจากการวิจัยและพัฒนาอย่างครบวงจร ช่วยให้สัตว์มีอัตราการเจริญเติบโตดีในจำนวนวันเลี้ยงที่สั้นลง กินอาหารได้มากขึ้น อัตราแลกเนื้อและอัตรารอดสูง ทั้งยังแข็งแรงและต้านทานโรค เหมาะสมต่อการนำมาสร้างสรรค์อาหารคุณภาพและปลอดภัยต่อการบริโภค

การเลี้ยงสัตว์

บริษัทพิจารณาสถานที่ตั้งฟาร์มบนพื้นฐานความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นในการเลี้ยงสัตว์ เช่น การมีแหล่งน้ำพอเพียงต่อการเลี้ยง การบริหารจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในบริเวณโดยรอบ คำนึงถึงระยะทางจากโรงงานอาหารสัตว์มายังฟาร์มและไปที่โรงชำแหละ เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการขนส่งและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง และได้นำมาตรฐานการผลิตที่ดีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และมาตรฐานสากล อาทิ การจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agricultural Practice: GAP) Global Good Agricultural Practice (Global G.A.P.) การจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน (Code of Conduct: CoC) มาใช้ควบคู่ไปกับการเลี้ยงที่ทันสมัย

       บริษัทใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคและมีความมุ่งมั่นที่จะ “เติมชีวิตที่ดี” ให้กับทุกช่วงวัย จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารที่ตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค อันนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีความหลากหลาย ปลอดภัยต่อการบริโภค และพร้อมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมุ่งสร้างสรรค์ทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้เลือกสรรผ่านผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารแปรรูป และอาหารปรุงสุก ภายใต้ตราสินค้า  , คิทเช่นจอย, ห้าดาว, บีเค, และบีเคพี สำหรับกิจการในประเทศไทย และตราสินค้า  ,ห้าดาว, Taste Inc, และ Michelina’s สำหรับกิจการต่างประเทศเป็นต้น ซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านรูปแบบ รสชาติ ขนาด และคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งยังมีการผลิตเพื่อจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า




          ผลิตภัณฑ์หลักที่สำคัญของธุรกิจอาหารสัตว์ ได้แก่ อาหารสุกร อาหารไก่ อาหารเป็ด อาหารกุ้ง และอาหารปลา ทั้งในรูปหัวอาหารและอาหารสำเร็จรูปชนิดผงและชนิดเม็ด บริษัทตระหนักดีว่า “คุณภาพการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้วยการก้าวทันเทคโนโลยี” เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้อาหารสัตว์ของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ ทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ที่บริษัทเข้าไปลงทุน
บริษัทให้ความสำคัญตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการผลิต ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ผ่านระบบการวิเคราะห์และตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ซึ่งข้อมูลจากห้องปฏิบัติการกลางและห้องปฏิบัติการสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศยังเชื่อมโยงถึงกัน เพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยของวัตถุดิบสำหรับเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการคำนวณสูตรอาหารสัตว์ที่เหมาะสมตามความต้องการของสัตว์แต่ละชนิด สายพันธุ์ และวัย รวมถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
บริษัทได้ใช้ระบบควบคุมการผลิตอาหารสัตว์ด้วยคอมพิวเตอร์มานานกว่า 40 ปี และประยุกต์ใช้ระบบมาตรฐานสากลในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานอิสระภายนอก (3rd Party) มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Manufacturing Practice : GMP) ระบบวิเคราะห์อันตรายและควบคุมจุดวิกฤต (Hazard Analysis and Critical Control Point : HACCP) Best Aquaculture Practice (BAP), International Fishmeal and Fishoil Organization’s Responsible Supply Chain of Custody (IFFO RS CoC) จากองค์การปลาป่นสากล, และมาตรฐาน QS เป็นต้น เพื่อคุณภาพที่สม่ำเสมอและความปลอดภัยสูงสุดต่อสัตว์และผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังนำหุ่นยนต์ซึ่งออกแบบและพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดยทีมวิศวกรภายใน มาใช้ในระบบการผลิตของบริษัทโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอีกด้วย
นอกเหนือจากคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ บริษัทยังมุ่งมั่น “จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน” กล่าวคือ วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์จะมาจากแหล่งที่มีกระบวนการผลิตที่มีความรับผิดชอบทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงานตามนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน และแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจของบริษัทที่ได้มีการดำเนินการในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายการจัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในประเทศเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะในบริเวณท้องที่ที่โรงงานอาหารสัตว์ตั้งอยู่ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นและช่วยลดระยะทางและพลังงานที่ใช้สำหรับการขนส่ง ในกรณีที่วัตถุดิบที่ปริมาณการจัดซื้อในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการผลิต เนื่องจากปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอหรือคุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐานจึงจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทได้มีการดำเนินการจัดหาวัตถุดิบทดแทน เพื่อกระจายความหลากหลายของวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบบางชนิดในบางช่วงเวลา อันหมายถึงการรักษาความสามารถและเพิ่มศักยภาพในการผลิตของบริษัทและ คู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพอาหารสัตว์ที่จะต้องสอดคล้องกับความต้องการของสัตว์และระบบการเลี้ยง ก่อนพัฒนาหรือปรับปรุงสูตรอาหารที่สนับสนุนการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิด สายพันธุ์ และวัย ซึ่งจะครอบคลุมทั้งในเรื่องความต้องการสารอาหารของสัตว์ วัตถุดิบ สารอาหารเสริม ตลอดจนนวัตกรรมอาหารสัตว์ที่สนองตอบโจทย์ความต้องการ แนวโน้ม และการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
          และด้วยบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้พลังงานความร้อนในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ โดยแหล่งพลังงานความร้อนมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากถ่านหินและน้ำมันเตาเป็นหลัก ซึ่งมีกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงส่งผลต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัทจึงได้ติดตั้งอุปกรณ์หม้อไอน้ำให้สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) อาทิ แกลบ ซังข้าวโพด กะลาปาล์ม ฟืน แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อบรรเทาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้ ยังติดตั้งเครื่องกรองฝุ่นและนำเทคโนโลยี Ozone เข้ามาใช้ เพื่อป้องกันฝุ่นและลดกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตมิให้ฟุ้งกระจายออกไปรบกวนชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบสถานประกอบการด้วย





















อ้างอิง:https://www.google.co.th/searchq=%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F&source=lnm

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สรุปบทที่ 5 อินเทอร์เน็ตและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

แบบฝึกหัดบทที่ 7

แบบฝึกหัด บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์กร